สั่งผลิตกล่องอาหารและขนม ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
บอกก่อนว่าอาหารหรือขนมที่จะใส่คืออะไร
คำว่า “กล่องอาหาร” กว้างกว่าที่คิด เพราะสินค้าที่อยู่ข้างในอาจเป็นขนม ชา กาแฟ อาหารแห้ง หรืออาหารที่มีซองและภาชนะบรรจุอยู่ด้านในอีกชั้นหนึ่ง ข้อมูลแรกที่ควรแจ้งโรงพิมพ์จึงไม่ใช่แค่คำว่า “อยากทำกล่อง” แต่ควรบอกด้วยว่าจะนำไปใส่อะไร อีกเรื่องที่สำคัญคือ สินค้าสัมผัสกับกล่องโดยตรงหรือมีบรรจุภัณฑ์ชั้นในอยู่แล้ว เพราะลักษณะการบรรจุมีผลต่อการพิจารณาวัสดุและรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ ถ้ามีสินค้าจริงแล้ว การส่งภาพสินค้าให้ดูตั้งแต่ต้นก็ช่วยให้คุยรายละเอียดได้ง่ายขึ้น
มีสินค้าแล้ว อย่าเพิ่งเดาขนาดกล่อง
ถ้ายังไม่มีกล่องเดิม ไม่จำเป็นต้องกำหนดขนาดกล่องขึ้นมาเองก่อน สิ่งที่ควรวัดคือ ขนาดของสินค้าที่จะอยู่ด้านใน แจ้งขนาดกว้าง × ยาว × สูง น้ำหนักโดยประมาณ และจำนวนสินค้าที่ต้องใส่ในหนึ่งกล่อง ตัวอย่างเช่น หากเป็นขนมซองหลายชิ้นรวมอยู่ในกล่องเดียว ควรแจ้งทั้งขนาดซองและจำนวนที่ต้องการจัดลงกล่อง เพราะการวางสินค้าแนวตั้ง แนวนอน หรือเรียงหลายชั้น สามารถทำให้ขนาดกล่องต่างกันได้ หากมีสินค้าจริง การนำสินค้ามาใช้ประกอบการขึ้นตัวอย่างกล่องจะช่วยตรวจขนาดได้อีกขั้นหนึ่ง
ไม่มีแบบกล่อง ส่ง Reference มาแทนได้
อีกข้อมูลที่โรงพิมพ์ควรรู้คือ อยากได้กล่องประมาณไหน ถ้ามีแบบเดิมอยู่แล้ว สามารถส่งรูปหรือไฟล์มาให้ดูได้ แต่ถ้ายังไม่มีแบบ ไม่จำเป็นต้องรู้ว่ากล่องที่ต้องการเรียกว่าทรงอะไร อาจส่ง Reference พร้อมอธิบายสั้น ๆ เช่น “อยากเปิดฝาประมาณนี้” “อยากให้มองเห็นขนมด้านใน” หรือ “อยากได้ทรงใกล้เคียงภาพนี้” จากนั้นจึงค่อยพิจารณาว่าจะใช้กล่องฝาเสียบ กล่องหูช้าง กล่องเจาะหน้าต่าง หรือโครงสร้างอื่นที่เหมาะกว่า Reference จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการคุย ไม่ใช่แบบที่จำเป็นต้องนำมาผลิตตามทุกจุด
จำนวนผลิตต้องบอก เพราะมีผลกับการประเมินราคา
เวลาติดต่อโรงพิมพ์ รับผลิตกล่องอาหาร ควรแจ้งจำนวนที่ต้องการผลิตตั้งแต่ช่วงขอราคา เช่น ต้องการ 100, 500, 1,000 กล่อง หรือจำนวนอื่นตามแผนของแบรนด์ เพราะราคากล่องไม่ได้คิดจากขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับจำนวนผลิต รูปแบบกล่อง วัสดุ งานพิมพ์ การเคลือบ และเทคนิคเพิ่มเติมของแต่ละงาน ถ้ามีรายละเอียดที่ต้องการอยู่แล้ว เช่น เจาะหน้าต่าง ปั๊มฟอยล์ หรือ Spot UV ก็ควรแจ้งพร้อมกัน เพื่อให้การประเมินอ้างอิงจากสเปกที่ใกล้กับงานจริง แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเองทั้งหมด สามารถส่งสิ่งที่มีมาแล้วขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนได้
ก่อนทักโรงพิมพ์ ลองเช็กข้อมูล 6 อย่างนี้
สินค้าอะไร → ขนาดเท่าไร → หนึ่งกล่องใส่กี่ชิ้น → ต้องการกี่กล่อง → อยากได้ทรงประมาณไหน → มี Artwork หรือ Reference แล้วหรือยัง ถ้ามีครบ การคุยงานก็เดินต่อได้เร็ว แต่ถ้ายังขาดบางข้อมูลก็ไม่จำเป็นต้องรอ สามารถเริ่มจากข้อมูลสินค้าที่มีแล้วค่อยสรุปรายละเอียดส่วนที่เหลือก่อนผลิตได้
01บอกก่อนว่าอาหารหรือขนมที่จะใส่คืออะไรเริ่มจากตัวสินค้า
คำว่า “กล่องอาหาร” กว้างกว่าที่คิด เพราะสินค้าที่อยู่ข้างในอาจเป็นขนม ชา กาแฟ อาหารแห้ง หรืออาหารที่มีซองและภาชนะบรรจุอยู่ด้านในอีกชั้นหนึ่ง ข้อมูลแรกที่ควรแจ้งโรงพิมพ์จึงไม่ใช่แค่คำว่า “อยากทำกล่อง” แต่ควรบอกด้วยว่าจะนำไปใส่อะไร อีกเรื่องที่สำคัญคือ สินค้าสัมผัสกับกล่องโดยตรงหรือมีบรรจุภัณฑ์ชั้นในอยู่แล้ว เพราะลักษณะการบรรจุมีผลต่อการพิจารณาวัสดุและรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ ถ้ามีสินค้าจริงแล้ว การส่งภาพสินค้าให้ดูตั้งแต่ต้นก็ช่วยให้คุยรายละเอียดได้ง่ายขึ้น
02มีสินค้าแล้ว อย่าเพิ่งเดาขนาดกล่องวัดสินค้าจริงก่อน
ถ้ายังไม่มีกล่องเดิม ไม่จำเป็นต้องกำหนดขนาดกล่องขึ้นมาเองก่อน สิ่งที่ควรวัดคือ ขนาดของสินค้าที่จะอยู่ด้านใน แจ้งขนาดกว้าง × ยาว × สูง น้ำหนักโดยประมาณ และจำนวนสินค้าที่ต้องใส่ในหนึ่งกล่อง ตัวอย่างเช่น หากเป็นขนมซองหลายชิ้นรวมอยู่ในกล่องเดียว ควรแจ้งทั้งขนาดซองและจำนวนที่ต้องการจัดลงกล่อง เพราะการวางสินค้าแนวตั้ง แนวนอน หรือเรียงหลายชั้น สามารถทำให้ขนาดกล่องต่างกันได้ หากมีสินค้าจริง การนำสินค้ามาใช้ประกอบการขึ้นตัวอย่างกล่องจะช่วยตรวจขนาดได้อีกขั้นหนึ่ง
03ไม่มีแบบกล่อง ส่ง Reference มาแทนได้ไม่ต้องรู้ชื่อทรงก็ได้
อีกข้อมูลที่โรงพิมพ์ควรรู้คือ อยากได้กล่องประมาณไหน ถ้ามีแบบเดิมอยู่แล้ว สามารถส่งรูปหรือไฟล์มาให้ดูได้ แต่ถ้ายังไม่มีแบบ ไม่จำเป็นต้องรู้ว่ากล่องที่ต้องการเรียกว่าทรงอะไร อาจส่ง Reference พร้อมอธิบายสั้น ๆ เช่น “อยากเปิดฝาประมาณนี้” “อยากให้มองเห็นขนมด้านใน” หรือ “อยากได้ทรงใกล้เคียงภาพนี้” จากนั้นจึงค่อยพิจารณาว่าจะใช้กล่องฝาเสียบ กล่องหูช้าง กล่องเจาะหน้าต่าง หรือโครงสร้างอื่นที่เหมาะกว่า Reference จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการคุย ไม่ใช่แบบที่จำเป็นต้องนำมาผลิตตามทุกจุด
04จำนวนผลิตต้องบอก เพราะมีผลกับการประเมินราคาจำนวนชัด ขอราคาง่ายขึ้น
เวลาติดต่อโรงพิมพ์ รับผลิตกล่องอาหาร ควรแจ้งจำนวนที่ต้องการผลิตตั้งแต่ช่วงขอราคา เช่น ต้องการ 100, 500, 1,000 กล่อง หรือจำนวนอื่นตามแผนของแบรนด์ เพราะราคากล่องไม่ได้คิดจากขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับจำนวนผลิต รูปแบบกล่อง วัสดุ งานพิมพ์ การเคลือบ และเทคนิคเพิ่มเติมของแต่ละงาน ถ้ามีรายละเอียดที่ต้องการอยู่แล้ว เช่น เจาะหน้าต่าง ปั๊มฟอยล์ หรือ Spot UV ก็ควรแจ้งพร้อมกัน เพื่อให้การประเมินอ้างอิงจากสเปกที่ใกล้กับงานจริง แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเองทั้งหมด สามารถส่งสิ่งที่มีมาแล้วขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนได้
05ก่อนทักโรงพิมพ์ ลองเช็กข้อมูล 6 อย่างนี้Tip
สินค้าอะไร → ขนาดเท่าไร → หนึ่งกล่องใส่กี่ชิ้น → ต้องการกี่กล่อง → อยากได้ทรงประมาณไหน → มี Artwork หรือ Reference แล้วหรือยัง ถ้ามีครบ การคุยงานก็เดินต่อได้เร็ว แต่ถ้ายังขาดบางข้อมูลก็ไม่จำเป็นต้องรอ สามารถเริ่มจากข้อมูลสินค้าที่มีแล้วค่อยสรุปรายละเอียดส่วนที่เหลือก่อนผลิตได้
สรุปก่อนเริ่มผลิตกล่อง
การสั่งผลิตกล่องครั้งแรกไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์โรงพิมพ์หรือเตรียมไฟล์พร้อมผลิตทั้งหมด สิ่งที่ควรมีเป็นอันดับแรกคือ ข้อมูลสินค้า ขนาด จำนวนที่บรรจุต่อกล่อง จำนวนผลิต และภาพคร่าว ๆ ของกล่องที่ต้องการ Box Corner Art ให้บริการ รับผลิตกล่องอาหารและกล่องขนม โดยสามารถเริ่มได้ทั้งกรณีที่มี Artwork พร้อมแล้ว หรือมีเพียงสินค้า โลโก้ และ Reference เพื่อพัฒนาเป็นกล่องกระดาษที่เหมาะกับงานจริง สนใจผลิตกล่องอาหารและขนม สามารถส่งรายละเอียดสินค้าเพื่อขอคำแนะนำและใบเสนอราคาเพิ่มเติมได้ทาง LINE: @boxcornerart



