แนวทางการออกแบบ

กล่องฝาเสียบ หูช้าง และสไลด์ แบบไหนเหมาะกับขนมของคุณ?

เลือกกล่องขนมจากหน้าตาอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะถึงจะใช้กระดาษชนิดเดียวกัน แต่พอเปลี่ยนโครงสร้าง วิธีเปิด การใส่สินค้า และพื้นที่สำหรับออกแบบก็เปลี่ยนตามไปด้วย อย่าง กล่องฝาเสียบ กล่องหูช้าง และกล่องสไลด์ แม้จะนำมาใช้กับขนมได้เหมือนกัน แต่แต่ละแบบให้ประสบการณ์ตอนเปิดกล่องต่างกัน ก่อนเลือกรูปแบบกล่องขนม ลองดูว่าสินค้าของเราต้องการอะไรจริง ๆ ทั้งเรื่องขนาด จำนวนชิ้น วิธีจัดวาง และลักษณะการขาย

ขอใบเสนอราคา ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เปรียบเทียบรูปแบบกล่องขนมฝาเสียบ กล่องหูช้าง และกล่องสไลด์
01

ขนาดของสินค้า

02

รูปแบบกล่อง

03

วางแบบ

04

ทดลองกล่อง

กล่องฝาเสียบ หูช้าง และสไลด์ แบบไหนเหมาะกับขนมของคุณ?

01

กล่องฝาเสียบ เรียบง่ายและใช้ได้กับขนมหลายแบบ

กล่องฝาเสียบเป็นโครงสร้างที่พบได้บ่อย ตัวฝาจะมีลิ้นสำหรับเสียบเข้าไปในตัวกล่อง ทำให้เปิดและปิดได้โดยไม่ต้องมีชิ้นส่วนแยกออกมา จุดเด่นคือโครงสร้างค่อนข้างตรงไปตรงมา สามารถปรับสัดส่วนให้เข้ากับขนมได้หลายรูปแบบ เช่น ขนมที่มีซองอยู่ด้านใน ชา กาแฟ หรืออาหารแห้งที่มีบรรจุภัณฑ์ชั้นในอยู่แล้ว พื้นที่รอบกล่องยังใช้วาง Artwork ได้ค่อนข้างเต็ม ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง จึงเหมาะกับสินค้าที่ต้องมีรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์หลายส่วน หากกำลังเริ่มทำแบรนด์และไม่ได้ต้องการวิธีเปิดที่ซับซ้อน กล่องฝาเสียบจึงเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่สามารถนำมาพิจารณาได้

ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
02

กล่องหูช้าง เหมาะเมื่ออยากเปิดกล่องได้กว้าง

จุดที่ต่างจากกล่องฝาเสียบชัดเจนคือ เมื่อเปิดฝากล่องหูช้าง จะสามารถเปิดพื้นที่ด้านบนได้ค่อนข้างกว้าง จึงเหมาะกับขนมที่ต้องการให้หยิบออกจากด้านบนได้สะดวก โครงสร้างแบบนี้สามารถใช้กับขนมหลายชิ้นที่จัดเรียงอยู่ภายใน หรือสินค้าที่อยากให้ลูกค้าเปิดฝากล่องแล้วมองเห็นการจัดวางด้านในได้ทันที ตัวฝาก็กลายเป็นอีกพื้นที่หนึ่งของงานออกแบบได้ เช่น เมื่อเปิดกล่องอาจพบข้อความ โลโก้ หรือลวดลายเพิ่มเติมด้านใน อย่างไรก็ตาม ขนาดของฝาและส่วนล็อกต้องสัมพันธ์กับตัวกล่อง จึงควรขึ้นตัวอย่างเพื่อทดลองเปิดปิดก่อนผลิตจริง

เปิดแล้วเห็นสินค้าง่าย
03

กล่องสไลด์ เหมาะกับขนมที่อยากจัดวางเป็นระเบียบ

กล่องสไลด์ต่างออกไป เพราะประกอบด้วย ปลอกด้านนอกและถาดด้านใน เวลาเปิดจึงไม่ได้ยกฝาขึ้น แต่เป็นการดึงถาดออกจากปลอก โครงสร้างนี้เหมาะกับขนมที่ต้องการจัดเรียงสินค้าไว้ในถาด เช่น ขนมหลายชิ้นที่ต้องการวางเป็นชุด หรือสินค้าที่ต้องการแบ่งพื้นที่ด้านในให้ดูเป็นระเบียบ ข้อที่ต้องใส่ใจคือขนาดของถาดและปลอกต้องสัมพันธ์กัน ถ้าหลวมเกินไปถาดอาจเลื่อนออกง่าย แต่ถ้าแน่นเกินไปก็จะดึงใช้งานไม่สะดวก เพราะฉะนั้น การทำกล่องสไลด์ควรเริ่มจากขนาดสินค้าที่จะวางในถาด แล้วจึงกำหนดขนาดถาดและปลอกด้านนอกตามลำดับ

ดึงออกแล้วเจอสินค้า
04

แล้วขนมของเรา ควรเลือกแบบไหน?

ไม่มีรูปแบบกล่องขนมแบบไหนที่เหมาะกับสินค้าทุกประเภท การเลือกจึงควรกลับมาดูว่าขนมของเราถูกบรรจุและขายอย่างไร ถ้าต้องการ กล่องที่เปิดง่าย โครงสร้างไม่ซับซ้อน กล่องฝาเสียบเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ถ้าต้องการ เปิดฝากว้างและหยิบขนมจากด้านบนสะดวก สามารถพิจารณากล่องหูช้าง แต่ถ้าต้องการ จัดขนมด้านในให้เป็นชุด และอยากได้วิธีเปิดแบบดึงออก กล่องสไลด์จะตอบโจทย์อีกแบบหนึ่ง สิ่งสำคัญคืออย่าดูจากรูปทรงเพียงอย่างเดียว ควรนำขนาดและจำนวนขนมจริงมาลองกับโครงสร้างด้วย

เลือกจากวิธีใช้จริง
01กล่องฝาเสียบ เรียบง่ายและใช้ได้กับขนมหลายแบบใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

กล่องฝาเสียบเป็นโครงสร้างที่พบได้บ่อย ตัวฝาจะมีลิ้นสำหรับเสียบเข้าไปในตัวกล่อง ทำให้เปิดและปิดได้โดยไม่ต้องมีชิ้นส่วนแยกออกมา จุดเด่นคือโครงสร้างค่อนข้างตรงไปตรงมา สามารถปรับสัดส่วนให้เข้ากับขนมได้หลายรูปแบบ เช่น ขนมที่มีซองอยู่ด้านใน ชา กาแฟ หรืออาหารแห้งที่มีบรรจุภัณฑ์ชั้นในอยู่แล้ว พื้นที่รอบกล่องยังใช้วาง Artwork ได้ค่อนข้างเต็ม ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง จึงเหมาะกับสินค้าที่ต้องมีรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์หลายส่วน หากกำลังเริ่มทำแบรนด์และไม่ได้ต้องการวิธีเปิดที่ซับซ้อน กล่องฝาเสียบจึงเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่สามารถนำมาพิจารณาได้

02กล่องหูช้าง เหมาะเมื่ออยากเปิดกล่องได้กว้างเปิดแล้วเห็นสินค้าง่าย

จุดที่ต่างจากกล่องฝาเสียบชัดเจนคือ เมื่อเปิดฝากล่องหูช้าง จะสามารถเปิดพื้นที่ด้านบนได้ค่อนข้างกว้าง จึงเหมาะกับขนมที่ต้องการให้หยิบออกจากด้านบนได้สะดวก โครงสร้างแบบนี้สามารถใช้กับขนมหลายชิ้นที่จัดเรียงอยู่ภายใน หรือสินค้าที่อยากให้ลูกค้าเปิดฝากล่องแล้วมองเห็นการจัดวางด้านในได้ทันที ตัวฝาก็กลายเป็นอีกพื้นที่หนึ่งของงานออกแบบได้ เช่น เมื่อเปิดกล่องอาจพบข้อความ โลโก้ หรือลวดลายเพิ่มเติมด้านใน อย่างไรก็ตาม ขนาดของฝาและส่วนล็อกต้องสัมพันธ์กับตัวกล่อง จึงควรขึ้นตัวอย่างเพื่อทดลองเปิดปิดก่อนผลิตจริง

03กล่องสไลด์ เหมาะกับขนมที่อยากจัดวางเป็นระเบียบดึงออกแล้วเจอสินค้า

กล่องสไลด์ต่างออกไป เพราะประกอบด้วย ปลอกด้านนอกและถาดด้านใน เวลาเปิดจึงไม่ได้ยกฝาขึ้น แต่เป็นการดึงถาดออกจากปลอก โครงสร้างนี้เหมาะกับขนมที่ต้องการจัดเรียงสินค้าไว้ในถาด เช่น ขนมหลายชิ้นที่ต้องการวางเป็นชุด หรือสินค้าที่ต้องการแบ่งพื้นที่ด้านในให้ดูเป็นระเบียบ ข้อที่ต้องใส่ใจคือขนาดของถาดและปลอกต้องสัมพันธ์กัน ถ้าหลวมเกินไปถาดอาจเลื่อนออกง่าย แต่ถ้าแน่นเกินไปก็จะดึงใช้งานไม่สะดวก เพราะฉะนั้น การทำกล่องสไลด์ควรเริ่มจากขนาดสินค้าที่จะวางในถาด แล้วจึงกำหนดขนาดถาดและปลอกด้านนอกตามลำดับ

04แล้วขนมของเรา ควรเลือกแบบไหน?เลือกจากวิธีใช้จริง

ไม่มีรูปแบบกล่องขนมแบบไหนที่เหมาะกับสินค้าทุกประเภท การเลือกจึงควรกลับมาดูว่าขนมของเราถูกบรรจุและขายอย่างไร ถ้าต้องการ กล่องที่เปิดง่าย โครงสร้างไม่ซับซ้อน กล่องฝาเสียบเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ถ้าต้องการ เปิดฝากว้างและหยิบขนมจากด้านบนสะดวก สามารถพิจารณากล่องหูช้าง แต่ถ้าต้องการ จัดขนมด้านในให้เป็นชุด และอยากได้วิธีเปิดแบบดึงออก กล่องสไลด์จะตอบโจทย์อีกแบบหนึ่ง สิ่งสำคัญคืออย่าดูจากรูปทรงเพียงอย่างเดียว ควรนำขนาดและจำนวนขนมจริงมาลองกับโครงสร้างด้วย

สรุปก่อนเริ่มผลิตกล่อง

ก่อนตัดสินใจว่าจะทำ กล่องฝาเสียบ กล่องหูช้าง หรือกล่องสไลด์ ลองเริ่มจากขนมของตัวเองก่อนว่า มีขนาดเท่าไร หนึ่งกล่องใส่กี่ชิ้น ต้องการหยิบออกแบบไหน และอยากให้ลูกค้าเห็นอะไรตอนเปิดกล่อง เมื่อรู้ข้อมูลเหล่านี้ การเลือกรูปแบบกล่องขนมก็จะง่ายขึ้น และสามารถปรับขนาดให้เข้ากับสินค้าได้จริง

อยากเริ่มต้นงานกล่องสำหรับแบรนด์ของคุณ?

ทีมงานพร้อมให้คำแนะนำ ออกแบบ และประเมินราคาให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือทดลอง คำนวณราคากล่องออนไลน์ฟรี เพื่อวางงบเบื้องต้น

ขอใบเสนอราคา ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

บทความที่เกี่ยวข้อง